Uncategorized

ตัวแทนของอีเนียสต้า

''อีเนียสต้า'', ''อีเนียสต้า'', ''อีเนียสต้า'' และ ''อีเนียสต้า''
ข้างต้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อของนักฟุตบอลผู้เก่งกล้า ถ้าหากแม้กระนั้นเป็นคำตอบของปัญหาท้ายที่สุดในการสัมภาษณ์บาร์เซโลนิสต้าทุกคนข้างหลังเกม เอล กลาสิโก้ ว่า "คนไหนกันแน่คือนักเตะที่ดีเยี่ยมที่สุดในสนามวันนี้"
แฟนบอลบาร์ซ่าทุกคนเห็นในสิ่งเดียวกัน ด้วยเหตุเพียงแค่ไม่ใช่ว่าผลงานก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเท่านั้น ถ้าหากแม้กระนั้นในช่วงเวลาที่ทีมรักกำลังประสบปัญหาทั้งเรื่องฟอร์มแล้วก็ผลที่ได้รับจากการแข่งขัน อันเดรส อีเนียสต้า คือการเปลี่ยนแปลงที่พิจารณาได้แจ่มชัด
"ในตอนครึ่งแรกทั้งเราแล้วก็มาดริดต่างก็เล่นได้ไม่ค่อยดี แม้กระนั้นในช่วงหลัง ในระหว่างที่อีเนียสต้าลงมา เราก็กลายเป็นบาร์ซ่าอีกทีมนึงเลย เราเล่นดีมาก มันเห็นได้ชัดเลยว่าเราขาดเขาไม่ได้ เขาคือนักเตะคนสำคัญจริงๆ"
เปา เมสเตร หนึ่งในสาวกของทีมบอกเหตุผลกับผมเองว่า เพราะเหตุไรเขาถึงเลือกดาวเตะวัย 32 เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในขณะที่ลงเล่นไปเพียง 30 นาที
ส่วนการจับอีเนียสต้าเป็นเพียงผู้เล่นสำรองนั้น คุณลุง เอดูอาร์โด้ เราเล่ วัยแก่ บอกกับผมว่า รู้เรื่องได้ เนื่องจากขวัญใจแฟนๆคนนี้พึ่งหายเจ็บกลับมา
ลงท้าย เมื่ออีเนียสต้ากลับมาแล้ว ทุกคนยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าความต่าง 6 คะแนน ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างยังคงเป็นไปได้ เพียงมันเหนื่อยยากกว่าธรรมดาเท่านั้นเอง
จากข้างต้นที่ได้เอ่ยถึงไป…ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันแจ่มชัดชนิดไม่ต้องสาธยายให้มากเรื่องมากความว่า ตามที่เป็นจริงแล้วบาร์ซ่าไม่ได้ขึ้นกับ ลิโอเนล เมสซี่ เพียงคนเดียว
ในวันที่ ลา ปูลกา ไม่อาจฉายแสงอาทิเช่น เอล กลาสิโก้ เมื่อวันเสาร์ อีกคนที่จะดีเพียงพอจะคลี่คลายปัญหาให้ทีมได้ก็อีเนียสต้านี่ล่ะ
หฝ่าส์ เอ็นรีเก้ ส่ง อังเดร โกเมซ ลงมาทำหน้าที่แทนอีเนียสต้า ซึ่งจะว่าไปเพลย์เมกเกอร์โปรตุๆกีสนั้นก็บ่งบอกถึงถึงความอุตสาหะอย่างที่เต็มกำลังแล้วในความคิดเห็นของผม โกเมซ เล่นเจริญ แม้กระนั้นตามความเป็นจริงก็จะต้องยอมรับว่ายังยังไงก็ยังไม่ถึงระดับของอีเนียสต้าข้างหลังการโบกไม้โบกมืออำลาของ ชาบี เอร์นานเดซ ทุกฝ่ายไม่สบายใจว่า "คนไหนกันแน่จะแทนที่เขา?" มาวันนี้เราก็ได้เห็นแล้วว่า "ไม่มี"
เกมของบาร์ซ่าไม่อย่างเดิม แม้กระนั้นเอ็นรีเก้ก็ยังสามารถปรับปรุงแก้ไขยุทธวิธีให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างสามารถดำเนินไปอย่างลื่นไหล อิวาน ราคิติเตียนช กับ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ดำเนินงานใส่ประสานกัน ซึ่งเมื่อเพิ่มอีกเมสซี่ที่ช่วงหลังลงต่ำมาช่วยทำเกม ก็สามารถทุเลาช่องว่างที่ชาบีทิ้งไว้ได้ แม้กระนั้นสิ่งที่เอ่ยถึงมานั้น มันก็ยังอยู่ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า ต้องมีอีเนียสต้าอยู่ในแผงกลางด้วยอีกคน
ด้วยเหตุนั้น เราจึงเห็นความต่างที่แจ่มชัด เมื่ออีเนียสต้าหายไป
วันนี้อีเนียสต้ากลับมาแล้ว พร้อมกับมีงานกองพะเนินรออยู่ กับการไล่ล่าเรอัล มาดริด ที่ทิ้งห่างไป 6 แต้ม สิ่งที่แฟนๆแล้วก็เอ็นรีเสียเวลาเปล่ายากเห็นก็คือการยืนระยะยาวๆของเขา
แต่ทว่าด้วยวัยที่ล่วงไปถึง 32 ปี บาร์ซ่าอาจจะต้องเผื่อหัวใจไว้บ้างว่า อาการเจ็บอาจวกกลับมาเล่นงานได้ทุกเวลา
ซีซั่นนี้อีเนียสต้าเจ็บไปแล้วสองครั้งที่จุดเดิมคือเอ็นหัวเข่าขวา หนแรกจะต้องพัก 224 ชั่วโมง แล้วก็ครั้งลำดับที่สอง 424 ชั่วโมง มีปริมาณนาทีลงในสนามมากกว่า เยสเปอร์ สิลเลสเซ่น, อเล็กซ์ บีดาล แล้วก็ ปาโก้ อัลกาเซร์ เท่านั้น
62 วัน ที่บาร์ซ่าสูญเสียเขาไป เห็นได้ชัดว่าส่งผลร้ายอย่างไร แล้วก็เมื่อวันเสาร์ที่เขากลับมาอะไรคือความต่าง

อีเนียสต้าไม่เพียงควบคุมจังหวะ สร้างเกมรุกเท่านั้น แม้กระนั้นการคงอยู่ของเขายังสนับสนุนให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ได้กลับมายืนในพื้นที่ของตนเอง แล้วก็ดำเนินงานได้อย่างมีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะกล่าวว่า การที่บุสเก็ตส์ถูกคิดว่าฟอร์มตกไปในช่วงหลัง หนึ่งในสาเหตุก็เนื่องจากทีมขาดอีเนียสต้าส่งให้เขาจะต้องดำเนินงานเกินหน้าตรงนั้นเอง
ในเวลานี้ตัวเลือกในทีม มีอยู่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย เว้นเสียแต่โกเมซที่ได้ลงเล่น ที่เหลือก็ยังมี เดนิส ซัวเรซ กับราฟินญ่า
เปรียบเทียบปริมาณนาทีที่ลงในสนามแล้วมิดฟิลด์โปรตุๆกีสถูกเอ็นรีเก้ใช้งานมากที่สุดปริมาณ 913 นาที ส่วนเดนิลั่นได้เล่นทั้งหมดทั้งปวง 794 นาที ช่วงเวลาที่ราฟินญ่าออกจะมีโอกาสน้อย แม้จะยิงประตูได้มากที่สุดเอ่ยมาทั้ง 3 คน ท่านรู้สึกว่าคนไหนกันแน่ดีเพียงพอจะทดแทนอีเนียสต้าได้บ้าง?
สำหรับผม คำตอบไม่ได้แตกต่างไปจากในระหว่างที่ถามคำถามว่า "คนไหนกันแน่จะทดแทนชาบี?" ภาระหน้าที่ที่ตรงนี้ตกอยู่ที่เอ็นรีเก้ซึ่งมันถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องโชว์กึ๋นให้แฟนๆได้เห็นอีกรอบว่าเขาสามารถแก้ปัญหาให้ทีมได้
จะปรับตำแหน่งการยืน โยกตำแหน่งไปๆมาๆ ก็จะต้องลองดูซักครั้งFun88เนื่องจากถ้าเกิดขืนยังเป็นเช่นนี้ บาร์ซ่ามีโอกาสชวดแชมป์เป็นปีที่สามติดต่อกันสูง
วิธีแก้นี้ มีออปชั่นต่างๆที่กล่าวถึงกัน เว้นเสียแต่ส่ง เดนิส หรือ โกเมซ หรือว่าอาร์ดาลงไปแทนแล้ว การให้ ปาโก้ อัลกาเซร์ ไปยืนหน้าเป้า แล้วถอยเมสซี่ลงมาเล่นในตำแหน่งอีเนียสต้าก็นับว่าน่าทดลอง
กระนั้นหมากนี้อาจจะเสี่ยงเกินความจำเป็น เนื่องจากอดีตหัวหอกบาเลนเซียยังห่างจากฟอร์มการเล่นเดิมๆอีกทั้งยังเขายังคล้ายกับ หลุยส์ ซัวเรซ เกินความจำเป็น
หรืออีกแนวทางคือ ปรับเอา เซร์จี๋ โรเบร์โต้ กลับมาเล่นกลางอีกครั้ง และอั้นลมหายใจเอา อเล็กซ์ บีดาล ลงมายืนแบ็กขวา หรือไม่ก็มาสเชราโน่แล้วไปปรับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟเป็นปีเก้ กับ อุมติตี้จะแนวทางไหนอาจจะต้องเลือกหรือทดลองเผื่อไว้บ้าง เวิร์กไม่เวิร์กจะได้รู้กัน สิ่งสำคัญคือเอ็นรีเก้กล้าขนาดไหน อย่าให้คำกล่าวที่คนช่างนินทาถูกใจบอกกันว่า "บาร์ซ่าขึ้นกับนักเตะไม่ใช่ผู้ฝึกสอน" มันกลายเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีข้อโต้เถียงเลย

สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงที่นาต่อนี้ไป ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมด 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งหมด 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมม…ทำลายตาข่ายเสียกระทั่งหมดสิ้นขนาดนี้ จัดว่าเยอะแยะสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดู ดาวยิงวัยดึกผู้นี้ถูกดูหมิ่นจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลบวงสรวงว่าจะเจอกับความยากแค้นที่สุดในอาชีพการค้าขายหน้าแข้ง เนื่องจากที่นี่เป็นพรีเมียร์ลีก – สนามรบหน้าแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งเอาจริงเอาจังบนอัตราความฮาร์ดคอร์สูงที่สุดในเมืองมนุษย์
ช่วงนี้ใครก็ตามที่เคยกล่าวหาเขาเอาไว้ดูเหมือนโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ
ต่อนี้ไปลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับผม) โดยเอาผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำคะแนนหลักๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ทำนองว่าถ้าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นอย่างไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
มองเห็นไหมครับผมว่าถ้าหากพี่มึงไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของกลุ่มสีแดงแห่งแมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตกาลดาวยิงกลุ่มชาติสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แม้กระนั้นถ้าเกิดพี่มึงยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 รวมทั้งชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นจำพวกห้ามป่วย ห้ามพัก รวมทั้งห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เนื่องจากเวลาหายไป มิได้ลงในสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่มึงอย่างควรหนัก เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ด้วยล่ะก็ อัตราความระลึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดหมายยังไงแม้กระนั้น จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เนื่องจากการผูกขาดทำคะแนนให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะผู้เดียวบางทีอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" กระหน่ำได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รวมทั้งมาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ในขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ เพิ่งยิงได้แค่ 2 ประตูเพียงเท่านั้นดูเหมือน โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากเสียด้วยครับผม
เป็นถ้าหากไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต ยกเว้นบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากให้พักน่องหรืออยากจัดผู้เล่นชุดสองลงในสนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าหากได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกอีกต่างหาก
แม้กระทั่งเล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือทำตัวไม่มีประโยชน์ เจ้าของสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีทางเปลี่ยนตัวเขาออกมาจากสนาม ประหนึ่งกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำเป็นแค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตนเอง ดาวเตะที่เพื่อนฝูงร่วมกลุ่มเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้ห่วยสิ้นดีครับผม ขนาดสังหารจุดลูกโทษยังโดนเซฟเลย ชาวบ้านก็มองเห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แม้กระนั้น "มูมู่" กลับปล่อยให้คุณพี่เขาทำตัวไร้ประโยชน์บนฟลอร์หญ้ากระทั่งครบ 90 นาที โดยเลือกถอดคนอื่นออกแทนซะอย่างนั้น
รู้เรื่องว่าทั้งสองคงทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เนื่องจากความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษรวมทั้งพจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" บางทีอาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ปีศาจร้ายแดงตั้งแต่ตอนแรก แม้กระนั้นเป็นเนื่องจากถูกเจ้านายเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ อ้อนวอน หรือบางทีอาจเคยมีพระคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยก้นมาอยู่ร่วมกันที่โรงละครแห่งความฝัน
โน่นบางทีอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะเหตุไร กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงใจสมาชิกคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัดหมาย แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนถ้าหากเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจกระทั่งกลายเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เลยไม่แตกต่างจาก "อภิสิทธิ์ชน" ในกลุ่มปีศาจร้ายสามแง่ง ซึ่งจัดว่าไม่ถูกหลักการปกครองอย่างรุนแรง ด้วยเหตุว่าบางทีอาจทำให้เกิดปัญหาการรู้สึกน้อยใจขึ้นในกลุ่ม
ทั้งๆที่ที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการกลุ่มที่มีความเด็ดขาดมากครับผม เขาไม่มีทางปล่อยให้สมาชิกยิ่งใหญ่กว่าตนเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งสมัยเป็นกุนซือของ เชลซี – เจ้าของกลุ่มอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์แออัดสุดยอดดาวยิงค่าจ้าง 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟศาสนาเชนเก๋ มาให้ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องส่งลงในสนาม แม้กระนั้น "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่สำเร็จกระทั่งแปลงเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวถึงขนาดส่งผลให้ผู้จัดการกลุ่มกับเจ้าของกลุ่มจะต้องแตกหักกัน
ดาวกระหน่ำตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอเก๋ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ก็ด้วยเหมือนกันที่ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ท้ายที่สุดตนเองเลยโดนสมาชิกคิดคดทรยศกระทั่งโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการกลุ่มมาแล้ว
รวมทั้งโดยไม่เว้นแม้แต่สมาชิกในปัจจุบันอย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจร่วมกันอีกทีในชุดแต่งกายปีศาจร้ายแดงรวมทั้งที่นาต่อนี้ไป แม้กระนั้นถ้าเกิดพิจารณาให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่มักจะถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" เปลี่ยนตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
ก็เลยเพียงพอจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มหน้าให้สมาชิกผู้ใดกันแน่ ยกเว้น "พี่หลา" เพียงผู้เดียวที่จัดอยู่ในจำพวก "ห้ามสัมผัส" เป็นกรณีพิเศษ
ผมรู้เรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ ครับผม รู้เรื่องว่าเฮียมึงคงมีอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ชาวบ้านทั่วๆไปไม่เคยทราบ หรือบางเวลามันบางทีอาจเป็นข้อแม้พิเศษที่กำหนดเอาไว้ในสัญญาที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้ มันบางทีอาจเป็น "ข้อแม้" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ปีศาจร้ายแดงอะไรประมาณนั้น
ปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดหมายที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มสุดยอดพลางกระทุ้งตาข่ายได้ตลอด
บ่อยมากที่เขาหวงบอลมากเกินไป บ่อยมากที่เขาทำเรื่องง่ายให้เกิดเรื่องยาก รวมทั้งบ่อยมากที่ออกอาการรำคาญ หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนฝูงร่วมกลุ่มที่ดันเล่นผิดใจ
เหมือนกับบางนัดหมายที่สมควรเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกเปลี่ยนตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานอย่างสม่ำเสมอตลอด 90 นาทีในทุกๆนัดหมาย
ถึงช่วงนี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครับผม แถมฤดูหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ เช่นไรสภาพร่างกายก็จะต้องถดถอยลงไปตามธรรมชาติ ก็เลยไม่มีทางรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนเท่านั้นยังไม่พอ
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูหน้าเช่นไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวกระหน่ำประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมกองทัพแน่ๆ
ถ้าเกิดต้องการยืดสัญญาออกไปอีก 1 ปี บางเวลา "เฮียหลา" บางทีอาจจะต้องสารภาพความจริงข้อนี้ เหมือนกับยอมรับสภาพการดำรงชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นลำดับที่สองรองจากคนอื่นคำถามเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือไม่? ผมตอบให้ก็ได้ครับผมว่า…ไม่มีทาง ดาวเตะที่จองหองพองขนรวมทั้งวางท่าอย่าง "อิบรา" ไม่มีทางยอมเป็นลำดับที่สองรองผู้ใด – มันก็เลยคงเหลืออยู่เพียง 2 โอกาสแค่นั้น

กลยุทธ์ดึงหงส์จากหล่ม

เหตุการณ์ของลิเวอร์พูลในตอนนั้น หากเป็นผู้เจ็บป่วยติดเตียง อาการมีแต่ว่าทรงกับทรุด
แพ้ค้างบ้านสองครั้งต่อๆกัน ทั้งที่ก่อนโดนสวอนซีบุกลูบคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงพราวด์ลี่ พรีเซนต์ ภูมิใจพรีเซนเทชั่นผลงานไม่มีพ่ายในแอนฟิลด์ ช้านานผ่านปี
ความเป็นจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความพ่ายแพ้ที่ยุติทางไปเวมบลีย์ เนื่องจากไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันมิได้"
แต่ว่าใจความสำคัญที่ว่ามันเกิดอะไรสังกัดลิเวอร์พูล จากความมีชัยเพียงแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ ตั้งแต่แมื่อออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะหืดจับเหนือทีมต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมคิดว่าทุกคนคงจะพอมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นเป็นการระดมความเห็นหาทางออก เนื่องจากในเมื่อเหตุการณ์ชั่วร้ายมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรจะถึงเวลาลงมือกระทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน รวมทั้งผลักทีมให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้งผมรวบรวมมาเป็นข้อๆเท่าที่พอนึกออกในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกแบบอย่างการเล่นทั้งระบบ สไตล์ รวมทั้งกรรมวิธีการให้ไม่เหมือนกับแพทเทิร์นเดิมๆบ่อยๆในเวลาที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เนื่องจากจนกระทั่งตอนนี้ ผลงานชนะพลีมัธ เพียงแค่ทีมเดียวจาก 7 นัดหมาย รวมทั้งจะต้องใช้จังหวะถึง 180 นาที เพื่อคว่ำทีมระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนแจ่มกระจ่างว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ ทราบนานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายๆกัน ไม่ถึงขั้นว่าจะต้องเสมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูกาลแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวประกบออกมาจากตำแหน่ง รวมทั้งเปิดทางให้ตัวใส่อย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมาปฏิบัติการจะพินิจได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่แข่งขันให้ฉีกให้ขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมเพียงกันเป็นฟอร์มของลัลลาน่า รวมถึงไคลน์ พากันหายเข้ากลีบเมฆไปด้วยเมื่อกลางอาทิตย์กับนักบุญ คล็อปป์ยังดื้อรั้นยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ รวมทั้งขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แต่ว่าตลอด 45 ทุ่งนาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์แฮมป์ตัน ที่มิได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากช่วงต้นฤดูกาล อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วย เนื่องจากการแก้แบบหนึ่งมักส่งผลให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมด้านขวายังบอดเหมือนเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นก้าวหน้าระดับหนึ่ง แต่ว่าเขาควรจะหามความมุ่งหวังในระดับไหน เป็นอีกกรณี
จนกระทั่งช่วงหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างจังหวะได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งควรจะมองเห็นสกอร์ขั้นต่ำๆ1-2 ประตู
เป็นอีกครั้งต่อจากนัดหมายแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 รวมทั้งเมื่อไม่ได้ผลถึงค่อยคิดเปลี่ยน
กับสวอนซีจะต้องรอคอยให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความกระฉับกระเฉง ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลมิได้เริ่มต้นด้วยผล 0-0 นะครับ แต่ว่าตาม 0-1 จากครั้งแรก แล้วเพราะเหตุไรถึงปลดปล่อยให้ตัวเองเหลือเวลาเพียงแค่ 45 นาทีในที่สุด
2. เว้นแต่ความเคลื่อนไหวในสนามแข่งขันแล้ว สิ่งที่ยากกว่าเป็น คล็อปป์บางทีอาจจะต้องปรับแนวทางการทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยวิเคราะห์ในตอนซัมเมอร์ ว่าจากการศึกษาเกมนัดหมายชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีคุณย่า เขามองเห็นนักฟุตบอลหงส์แดงเหี่ยวเฉาปลาย รีบไม่ขึ้นในช่วงหลัง
เหมือนกันกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีบอลโลกมาแล้วสามยุค กับฮอลแลนด์, ประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งรัสเซีย รวมถึงเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นครึ่งหนึ่งทายในเดือนสิงหาคมว่า สไตล์ทำทีมรวมทั้งการฝึกหัดที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะมีผลให้ลิเวอร์พูลตรากตรำในตอนครึ่งฤดูกาลหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางบุคคลสั่นหน้าไม่เชื่อแต่ว่าหลังเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ พูดว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง เป็นนักฟุตบอลดูล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง รวมทั้งแพ้บ่อยมากขึ้นในการฉกชิงบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัดหมาย ที่มองเห็นนักฟุตบอลลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ เสมือนในตอนแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม รวมทั้งจัดว่ากดดันทีมเยือนได้พอเหมาะพอควร
แต่ว่าก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นพักๆไม่สม่ำเสมอ เสมือนจะบีบได้แล้ว แต่ว่าในที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักฟุตบอลจะต้องถูกตั้งปัญหาว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนถึงหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. จงยอมรับเถอะว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่พอจะประมือกับอีก 4-5 ทีมบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีทีม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองใครกันแน่ แต่ว่าอย่างที่มองเห็นเมื่อเกมไปสู่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม รวมทั้งคล็อปป์เกือบจะไม่ขยับสลับตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนช้าเกินไป แทนที่จะเปลี่ยนตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วงหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์บางทีอาจไม่มั่นใจว่าผู้เล่นสำรองจะปฏิบัติงานได้ดีมากกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักฟุตบอลใหม่ในตอนม.ค. บางทีอาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ รวมทั้งเขาก็มีส่วนถูกที่ว่ามันมิได้หาซื้อกันง่ายๆเสมือนที่หลายคนคิด ด้วยสาเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่ว่าถึงถ้าอย่างนั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมแดนกลาง บางครั้งบางคราวเงื่อนไขบางข้อ ของดีราคาถูกเกินไปก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังพอทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีมากกว่าปลดปล่อยให้ตายไปซึ่งๆหน้า
4. ทำทุกสิ่งเหมือนเดิมเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอคอยที่จะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยทีมจากการไปทำศึกทำสงครามแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพมิได้ประชดนะครับ รวมทั้งผมคงจะไม่ใช่แฟนหงส์คนเดียวที่คอยเช็กผลของเซเนกัล ด้วยใจต้องการให้ตกรอบแต่ว่าไก่โห่เลยด้วย ความมุ่งหวังหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง เสียหายตั้งแต่ผ่านสองครั้งแรก เนื่องจากเซเนกัลกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำประตูได้ทั้งสองเกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆเตรียมเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ ดูตามหน้าเสื่อ เซเนกัลเหนือชั้นกว่าอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวผ่านถึงก.พ.

ศึกใหญ่FA Cup

บิ๊กแมตช์แมตช์สำคัญ ของเอฟเอ คัพรอบก่อนรองชนะเลิศอยู่ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์
การกลับมาเยี่ยมถิ่นเก่าของ โชเซ มูรินโญ คงจะสร้างปรากฏการณ์ข่าวสารได้อีกคราวหลังจากตอนก่อนในลีกนั้น เขาแพ้เชลซีเยิน แม้กระนั้นเท่ียวนี้มาในแบบอย่างที่กลุ่มปรับตัวได้ดีขึ้นกว่าขั้นแรกที่เขาเริ่มดำเนินการกับแมนฯยูไนเต็ด
การไม่แพ้คนใดกันแน่ในลีกอย่างต่อเนื่อง ผลงานในสนามดีขึ้นแม้ตารางคะแนนไม่ขยับแม้กระนั้นมั่นใจว่าเกมของแมนฯยูฯ ดีขึ้นกว่าเดิม

ปัญหามีเพียงแต่เรื่องเดียวที่กำลังคอยการวิเคราะห์โน่นเป็น…ไม่มี สลาตัน อิบราฮิโมวิช แล้วจะเป็นอย่างไร

มั่นใจว่าเกมนี้…น่าจะเป็นที่ มูรินโญ ตัดสินใจโรเตชั่นนักฟุตบอลอีกหลายตำแหน่งอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะจุดมุ่งหมายอย่างยูโรปา ลีก ถือว่าใกล้รอบก่อนรองชนะเลิศเข้าไปทุกครั้ง ผลเสมอกับคอยสคโคนฟ แบบมีสกอร์กลับไปอยู่บ้านช่วยได้มาก

ปัญหาอยู่ที่การลงแข่งต่อเนื่องแบบนี้และไม่มีดาวยิงตัวเก่งที่เป็นเสาหลักของกลุ่มปีนี้ลงสู่สนาม

มูรินโญ จะไขปัญหาออกมาแบบไหน

ส่วนทางด้านเชลซีติดลมบนกับผลงานในลีก ช่องว่าง 10 คะแนนของกลุ่มคอนเต้ รวมทั้งผู้ปฏิบัติตามก็สลับกันสะดุด ทำให้ไม่มีกลุ่มไหนใกล้พวกเขาได้ใกล้กว่านี้ ระยะห่างกำลังเหมาะเหม็งเมื่อเหลืออีก 11 นัดในซีซั่น

เกมเอฟเอ คัพ น่าจะเป็นอีกเกมหนึ่งที่พวกเขาสามารถเล่นด้วยความมั่นใจได้

ว่ากันถึงเชลซีเจ้าถิ่นก่อนนะครับ….

นัดนี้ คอนเต้ บางทีอาจปรับสองสามตำแหน่งตามสไตล์ของเขา เวลานี้นักข่าวอังกฤษเองก็ไม่มั่นใจว่า จอห์น เทอร์รี ที่ลงสู่สนามเฉพาะเอฟเอ คัพ จะมีส่วนร่วมกับเกมนี้ เพราะแมตช์นี้เกมใหญ่ เจอแมนฯยูฯ

แม้กระนั้นหากเขาได้ลงสู่สนาม…จะต้องยกนิ้วให้ คอนเต้ เลยว่า ใจกล้าจริง

ดินแดนกึ่งกลางหากจะปรับ…อาจจะเป็น มาว่ากล่าวช กับ เชสก์ ฟาเบรกาส ที่ตอนหลังยึดตัวจริงกลับมาได้ ใครสักคนจะต้องเล่นกับ กองเต้ ส่วนด้านหน้า วิลเลียน กับ เปโดร จะต้องแย่งกันลงสู่สนาม เพราะ อาซาร์ กับ คอสต้า ยืนร่วมกันอยู่แล้ว

ด้วยเหตุดังกล่าวตัวเลือกของ คอนเต้ ในเกมนี้เป็นเทอร์รี ลงหรือไม่ลงตัวจริง ดินแดนกึ่งกลาง มาว่ากล่าวช หรือ เชสก์ ด้านหน้า เปโดร หรือ วิลเลียน เท่ากับว่า 3 ตำแหน่งที่ คอนเต้ จะเลือกใช้เล่นกับแมนฯยูไนเต็ด ในเกมบิ๊กแมตช์เอฟเอ คัพ

นอกเหนือจากนั้นดังเดิม…

ส่วนทางฝั่ง มูรินโญ อาจจะจะต้องคิดมากว่าจะเลือกคนใดกันแน่เล่นกองหน้าแทน อิบรา……เวย์น รูนีย์, มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือเล่นร่วมกันเลย รวมทั้งโน่นจะต้องปรับมองว่ากึ่งกลางเกื้อหนุนเกมอีกสองคนจะเป็นคนใดกันแน่ หากคู่นี้ลงสู่สนามพร้อมกัน

มคิทาร์ยาน, มาต้า, มาร์กสิยาล จะต้องมีคนนั่งมองหนึ่งคนละนะครับแบบนี้ หรือตรงกลางใช้ ป๊อกบา, เอรรา ไม่รวม คาร์ริค อีกคนหนึ่ง หากมองจากแนวทางการทำงานขอว มูรินโญ เขาอาจจะจะต้องสลับนักฟุตบอลใช้งานอยู่แล้ว

มีเกมยูโรปา ลีก รออยู่ วันที่ 16 เดือนมีนาคม นัดชี้ชะตาการเข้ารอบ

นี่เป็นเกมที่ มูรินโญ จะต้องตัดสินใจเลือกใช้ 11 คนแรกเพื่อชนะเชลซีแล้วเข้ารอบรองชนะเลิศบอลเอฟเอ คัพ

หากให้เดาหัวใจนะครับ….แนวรับ วาเลนเซีย, เอริก ไบยี, มาร์กอส โรโฮ รวมทั้ง ดาลีย์ บลินด์ ดินแดนกึ่งกลาง เอรรา, ป๊อกบา รวมทั้งน่าจะเป็น คาร์ริค ด้านหน้า แรชฟอร์ด, มคิทาร์ยาร์น, มาร์กสิยาล รวมทั้ง มาต้า มีนั่งหนึ่งคนจากสี่ตัวรุก

มู คงจะจัดแบบ 4-3-3 วัดกันไปเลย

ข้อความสำคัญมันเป็นว่า…มูรินโญ จะต้องอ่านไต๋ของ คอนเต้ ว่าเกมนี้จะวางแทกว่ากล่าวกแบบไหน เพราะตอนหลังเชลซีเน้นย้ำการเล่นแบบแทกว่ากล่าวกล้วนๆบางเกมหันมารับคอยสวนอย่างปัจจุบันที่เจอกับเวสต์แฮม ลูกโต้กลับของ อาซาร์ ชัดเลย

เข้ากล้วยๆรวมทั้งไม่ต้องเหนื่อยยากกับการเปิดเกมบุกแหลก

นัดนี้ คอนเต้ เจอกลุ่มใหญ่เหมือนกัน ตัวผู้เล่นไม่เหมือนกันไม่มาก โค้ชก็ความสามารถเสมอกันแบบนี้เขาคงจะวางแผนรัดกุม เดินเกมตามสเตป ไม่พรวดพราด อดทนคอยได้ เน้นย้ำการจู่โจมเร็ว กล่าวคือ บุกได้ก็บุกขึ้นไป

วิงหามสองฝั่งพร้อมเพิ่มเติม… หากบุกไม่ได้ เน้นย้ำเซตบอลW88เพลย์เซฟ มั่นใจว่า มูรินโญ คงจะอ่านไต๋ของ คอนเต้ ออก เขาอาจจะเล่นแบบเดียวกัน เป็นเน้นย้ำความแน่ชัดในการเซตบอล หาช่องเข้าทำ ข้อความสำคัญเป็นมั่นใจว่า…

การเซตบอลสู้กันอาจจะไม่ได้แตกต่างกันมากในดินแดนกึ่งกลาง อาจมีจังหวะส่งบอลพลาด โดนตัดบอลได้เกิดขึ้น ครั้งนี้อยู่ที่ความแม่นในการจู่โจมแล้วละครับ มั่นใจว่า เกมออกมาใกล้เคียงกันประมาณนี้ ขึ้นกับจังหวะเข้าทำ

หากวัดกันถึงเกมรุกแล้วละก้อ….

เปรียบเทียบกันเวลานี้โอเคแนวรุกของเชลซีมองน่าสยดสยองกว่า เพราะทั้ง คอสต้า รวมทั้ง อาซาร์ พร้อมลงอาญาแนวรับแมนฯยูฯ ตรงกันข้ามเกมนี้ไม่มี อิบรา ลำพัง แรชฟอร์ด หรือหากเป็น รูนีย์ ดูแล้วเหนื่อยในการทะลายเกมรับเชลซี

แม้กระนั้นไม่ได้หมายความว่ามันเป็นไปได้ยาก

จะว่าไป….ดาวิด ลุยส์, อัสปิลิกวยต้า รวมทั้ง เคฮิลล์ มีจุดอ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลุยส์ กับ เคฮิลล์ นั้นค่อนข้างช้านะ หากเทียบกับ แรชฟอร์ด ประมาณแบบนี้ มั่นใจว่า มูรินโญ ไม่น่าจะส่ง รูนีย์ ลงสู่สนาม ถ้าอยากทลายเกมรับเชลซี

มาร์กสิยาล, มาต้า ตัวรุกที่มีความคล่องตัว มีความเร็ว คงจะสบโอกาสมากกว่า รูนีย์ สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ ป๊อกบา จะเล่นเกมรุกกับคนใดกันแน่เมื่อไม่มี อิบรา นี่ก็สำคัญ เพราะ ป๊อกบา ไปอีกสเตปหนึ่ง แม้กระนั้นเขาจะต้องเล่นกับนักฟุตบอลที่รู้เท่าทันเขาด้วย

แม้จะโดนแฟนบอลล้อเลียน….แม้กระนั้นผมมองดูอีกแบบหนึ่งนะครับ

ป๊อกบา เก่งจริง …ก็แค่ห้อมล้อมข้างกายของเขามันไม่ถึงระดับที่เขาเล่นที่ตูริน ตรงนี้ก็สำคัญ หากไม่ติดเรื่องค่าตัวแพงๆของเขา ผมว่า ไม่น่าจะมีอะไรไปสงสัยถึงฟอร์มการเล่นของ ป๊อกบา

ยังไงเขาไม่ใช่ เมสซี ไม่ใช่ ซัวเรส หรือ พวกปั้นเกม เขาเป็นตัวทะลวงที่ดีจากดินแดนกึ่งกลาง แม้กระนั้นจะต้องมีองค์ประกอบมาช่วยยังไง

มองดูแล้วหาก…มูรินโญ สามารถจู่โจมความช้าของแนวรับเชลซี เล่นตรงสามเซนเตอร์นี่แหละ ไม่ต้องปีก เพราะวิงหามสองข้างเชลซีชั่วโมงนี่จัดจ้ามากทั้งรับรวมทั้งรุก ว่ากันตรงๆเล่นบอลทางลึก แม้กระนั้นกลับหัวข้างตามจังหวะ ไม่ใช่มุ่งเน้นทางนั้น

เชลซีเอง…จู่โจมข้างๆเพราะวิงหามก็จริง แม้กระนั้นบอลแนวลึก ทางลึกเจาะภายในไม่ธรรมดา อาซาร์, เปโดร, เชสก์ พร้อมเพิ่มเติมขึ้นไปเล่นได้ตลอดระยะเวลา ตรงนี้ มูรินโญ ก็จะต้องเห็น รวมทั้งถ้าจะย้อนรอยใช้พื้นที่ข้างๆเป็นตัวหลอกแล้วเจาะใน ได้ลุ้น
เซตพีสละครับ….ไม่น่าแตกต่างกันมากเท่าไหร่นักสำหรับคู่นี้ การปกป้องคุ้มครองถือว่าทำใช้ได้เท่าเทียมกันนะครับ พลาดกันยากสำหรับการเล่นเซตพีส
ตามหน้าเสื่อเชลซี เหนือชั้นกว่า เล่นในบ้านด้วย ฟอร์มในลีกด้วย แม้กระนั้นนี่เป็นเอฟเอ คัพ หากแทกว่ากล่าวกของ มู ลงลอค บอลนัดเดียวแพ้ไม่เข้ารอบ เกิดมาหลุดฟอร์มต่อหน้าต่อตาแฟนคลับตนเอง นัดนี้เชลซีก็ไม่เข้ารอบได้ ผมมั่นใจว่า บอลคู่นี้ไม่ได้แตกต่าง

ความเป็นกลุ่มใหญ่….มูรินโญ รวมทั้ง คอนเต้ ต่างทราบว่ามันเป็นเกียรติยศ

ไม่สมควรแพ้…หรืออย่างน้อยที่สุดมันจะต้องสุดกำลัง ไม่ปล่อยให้อีกฝั่งหนึ่งคอนโทรลอะไรได้หมดทั้งเกมแน่ๆ

ผมยังมั่นใจว่า 50-50 นะครับ ไม่มีเอียงฝั่งใด มีโอกาสเสมอกันถึงแม้ แมนฯยูฯแมนยู  จะไม่มี อิบราฮิโมวิช ค้ำดินแดนหน้าแม้กระนั้น ไม่ใช่ว่าอันตรายต่ำลง บางทีอาจจะขาดตัวแมตช์ วินเนอร์ แม้กระนั้นบอลอยู่ด้วยระบบ รวมทั้งมูรินโญ จะต้องพิสูจน์ในเกมนี้

ว่าบอลของเขาเน้นย้ำระบบมากว่าตัวบุคคล

หากผ่านเชลซีเข้ารอบรองชนะเลิศ….มันเพียงพอเห็นความเจริญก้าวหน้าในแนวทางการทำงานขอว มูรินโญ อยู่มากนะครับ หลายคนถาม…ฟันธงเลยนะครับ
 

 

 

18 คะแนนที่ลบไปของ ลิเวอร์พูล

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก กลุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกรุ๊ปท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะเหตุไรถึงเร่งสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะกลุ่มกรุ๊ปด้านล่างของตาราง มันไม่ใช่หนแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่มันหลายคราวมากมายๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงยกย่องถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งขวิดจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกครั้ง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมลงเอยด้วยการเสมอ โยนความมีชัยทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูตำหนินโญ่ป่วยตอนพักครึ่ง ผมเลยต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเกิดเรื่องที่จำต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นสายตาทรงกลมตอบคำถาม แม้กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุไรต้อง โฌแอล มาตำหนิป เพราะเหตุไรต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเหตุไรไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมแค่มองว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ช่วงเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) เพิ่งจะหายมาคงยังไม่เหมาะสมกับเกมชนิดนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกอย่างนั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกแบบเดียวกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักเตะที่ฝากความมุ่งหวังได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นยังไงก็นำพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะยิ่งเมื่อพินิจจากความแน่นแฟ้นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้
2. ถ้าหากสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะสมกับ ''เกมแบบนี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง เนื่องจากว่ามันเสมือนทำข้อสอบแล้วจำไม่ได้ก็วงเดาสุ่มๆไป
3. ขณะที่โดน 2-2 ถึงด้านหลังเกมทว่าเวลาก็ยังพอเพียงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างต่ำ 7 นาที เพราะเหตุไรขอรับ เขาถึงคงนิ่งที่จะปรับปรุงสถานการณ์ มีสิ่งใดดลใจให้มั่นใจว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังทลายประตูลำดับที่สามได้
ซีซั่นนี้เว้นเสียแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของกลุ่มท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านที่แดนใต้ด้วยความชอกช้ำมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอตำหนิฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมทั้ง 6-3 ที่กูดิสัน พาร์ค ด้วยเหตุดังกล่าวแล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมแบบนี้'' การเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ มีผลเสียแน่นอนฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งกลุ่มชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แม้กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ครึ่งหลังลงมาเร่งเครื่องกระทั่งบดออกนำไปเป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าหากรักษาสกอร์ไม่ได้ ก็ต้องซ้ำๆเพิ่ม ทว่าสมาคมสีแดงที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ทำไม่ได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งข้อสันนิษฐานว่ากลุ่มของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่นี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้โค้ชวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาพยายามเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอฉกข้อผิดพลาดเข้าโจมตีราวกับดังเช่นลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรแบบนี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ต่อมาเสียทีคารังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งที่อุตสาห์ฮึดเสมือนกลับมาได้แล้วรวมทั้งแน่นอนที่เดอะ ค็อปคงจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยี่ยมบอร์นมัธต้นเดือนธันวาคม คำถามคือเพราะเหตุไรคุณถึงเก่งจังกับกลุ่มใหญ่ แต่มักป้อแป้กับกลุ่มเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่ปรปักษ์กรุ๊ปท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่รู้มั้ยขอรับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 กลุ่มด้านล่างของตารางลงไปเป็นอย่างไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัด ใช้สมองน้อยๆคำนวณพอๆกับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนถึงเลสเตอร์ สิตี้ ถ้าหากพอเพียงพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงสหายข้างสวน เอฟเวอร์ตัน เกือบจะยกขันหมากอัญเชิญให้รีบมาพบเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเขยื้อนสายตามองสเปอร์สซึ่งกำลังกดดันเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาทุจริตความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำซ้ำเติมว่าเพราะเหตุไรสองปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ถึงนำพามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนอาจคลอดสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมเพียงแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีรวมทั้งแมนฯ ยูไนเต็ดใช่ขอรับ เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ ทว่าเมื่อถึงแมตช์ที่ต้องชนะก็ชนะ ขุนศึกยี่ห้อไก่ของ เมาริสิโอ โปเช็ตตำหนิโน่ ปัดกวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกรุ๊ป 8 กลุ่มด้านล่างของตาราง โดยทำตกหายไปแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าถ้าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางก็ได้เมื่อพบกลุ่มใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับกลุ่มที่เหลือ มิฉะนั้นก็ต้องมานั่งปรับทุกข์กัน เพราะกลุ่มเล็กมีเยอะกว่า
รอยต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 ลูกจากทั้งสิ้น 39 ? ซึ่งแม้กระทั้งแมนฯ ซิตี้ที่โดนวิจารณ์เรื่องความอ่อนฮวบเกมรับ หรือว่าอาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ใครก็ช่างมาเจอก็มักจะฝึกซ้อมลูกตั้งเตะมารอเล่นงาน เนื่องจากว่าคล็อปป์นิยมให้สมาชิกคุมโซนมากกว่าตามติดคน
ก่อนนี้มีการกางเปรียบเทียบผลงานของ เบรนแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตามก็มีคนชูข้อความสำคัญว่าความสามารถของกลุ่มวัดกันตรากตรำ เพราะยุคก่อนมีบ่าสองข้างของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกๆอย่างของกลุ่ม มาถึงยุคนี้แบ่งภาระหน้าที่กระจายมากกว่ายังไงก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูลเป็นสมาคมที่ผูกติดการบรรลุเป้าหมายเสมอมา

พวกเขาอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี่พรีเมียร์ลีก แต่ก็ทำได้ใกล้เคียงมา 2-3 คราวตั้งแต่สมัย ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่มีการพรีเซนเทชั่นต้นแบบแน่ชัด มีผู้เล่นที่ซึ่งพูดได้ว่าเป็นตัวพระเอกระดับทวีป
คูตำหนินโญ่, ฟีร์มีโน่ รวมทั้งมาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่มั่นใจว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมประทับใจกับกลุ่มที่มี เฟร์นานโด ตอร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสหนวดเคราโน่ เหมือนกับกลุ่มที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินเลขลำดับเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาคำถามเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจแบบนี้ขอรับ ''ผมต้องการเห็นทีมซื้อ 6 คน พวกเราต้องเปลี่ยนแปลงใหม่รวมทั้งมีตัวสำรองตอบแทน ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวขอบเส้น รวมทั้งกองหน้า''
ความน่าจะเป็นไปได้ที่จะเห็นโค้ชที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มยกแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ดีว่ามีมากแค่ไหนกัน ต่อมาถ้าหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็น่าจะทายใจใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พึงใจต่อกลุ่มที่มีพอควร ด้วยเหตุดังกล่าวแล้วช่องทางที่จะซื้อกี่คน ใช้งบมากแค่ไหนก็คงขึ้นกับว่าสุดท้ายจบชั้นมากแค่ไหนในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม รวมทั้งโบโร่
ถ้าหากเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตตำหนิโน่ก็คงลูบปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่นอนก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะพิพากษาโค้ชอย่างคล็อปป์เพราะ หลังจากได้คุมสุดกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรให้เกรดที่มากแค่ไหนกัน 18 แต้มที่หายไป… จำต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาแค่ครึ่งเดียวจากนั้น เพราะถ้าหากทำได้ปัจจุบันนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ที่สองตามหลังผู้นำฝูงเชลซีเพียง 3 แต้ม

น้ามูเซงผีสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

จ่ามู กุนซือฝีปากกล้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงสนามเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงเล่นก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า แมนยูบุกไปชนะด้วยแต้ม 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

น้ามู ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนเลสเตอร์ปลด

 

จ่ามู โค้ชฝีปากกล้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เพิ่งโดนปลดไป

เลสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งประกาศปลดเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

แฟนปีศาจแดง!เวย์น รูนีย์ หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 โชเซ มูรินโญ นายใหญ่ของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ดาวยิงวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ล่าสุด ดาวยิง ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

พบข้อความไล่ เหี่ยวในงานประท้วง”ทรัมป์”

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

 

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาเดอะกันเนอร์บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กองเชียร์เดอะกันเนอร์แต่อย่างใด

 

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศอังกฤษกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

อีสเซลิค ผิดหวังบาโลเตลลีเหมือนไม่อยากเล่นให้สโมสร

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลาง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
เกรียนโอ้ ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในเกม เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ เฮดโค้ช ของ นีซ  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ เฮดโค้ชของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของเกรียนโอ้ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"